วันพุธที่ 16 ธันวาคม พ.ศ. 2552

ไทย-พม่าฟื้นความสัมพันธ์การค้า-ลงทุน

จัดทำบทความโดย น.ส.รัชนีกร สุภโรจนี เลขทะเบียน 4902100016
ไทย-พม่าฟื้นความสัมพันธ์การค้า-ลงทุน นัดประชุมเจทีซีครั้งที่ 5 ไตรมาสแรกปีหน้า หลังทิ้งช่วงนานกว่า 5 ปี พร้อมเล็งตั้งสภาธุรกิจไทย-พม่า หวังเป็นกลไกขับเคลื่อนเศรษฐกิจสองประเทศ ร่วมมือเมกะโปรเจ็กต์แห่งศตรวรรษ "ท่าเรือน้ำลึกทะวาย ถนนไฮเวย์กาญจนบุรี-ทะวาย"

นายอลงกรณ์ พลบุตร รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงพาณิชย์ เปิดเผยภายหลังการหารือข้อราชการกับรัฐมนตรีกระทรวงต่างๆ ของพม่า ในโอกาสเดินทางเยือนประเทศพม่า ระหว่างวันที่ 8-13 ธันวาคม 2552 ว่าผลการเจรจามีความสำเร็จในหลายประการ โดยเฉพาะยุทธศาสตร์ตะวันตกที่ประเทศไทยมุ่งกระชับความสัมพันธ์กับพม่าเพื่อสร้างโอกาสการค้า การลงทุน และการท่องเที่ยวทั้งนี้วันที่ 9 ธันวาคม 2552 ซึ่งเป็นวันแรกของการเจรจา ที่มีขึ้นที่เมืองเนย์ปิตอว์ เมืองหลวงแห่งใหม่ของพม่า ได้มีการเจรจาหารือกับรัฐมนตรีว่าการกระทรวงพาณิชย์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงคมนาคม รัฐมนตรีว่าการกระทรวงก่อสร้าง รัฐมนตรีว่าการกระทรวงขนส่งทางรถไฟ ผลการเจรจากับรัฐมนตรีว่าการกระทรวงพาณิชย์ ทั้งสองฝ่ายเห็นพ้องที่จะฟื้นความสัมพันธ์ด้านการค้าการลงทุนระหว่างกัน โดยจะจัดให้มีการประชุมคณะกรรมาธิการร่วมทางการค้า (JTC)ไทย-พม่า ครั้งที่ 5 ขึ้นในช่วงไตรมาสแรกปีหน้า ที่ประเทศไทย หลังจากที่ทั้งสองประเทศได้ว่างเว้นการประชุม JTC มานานกว่า 5 ปี เพราะมีการประชุมครั้งสุดท้ายคือครั้งที่ 4 เมื่อวันที่ 26 มกราคม 2546 ณ กรุงย่างกุ้ง นอกจากนี้ยังเห็นพ้องให้มีการจัดตั้งสภาธุรกิจไทย-พม่า ซึ่งเป็นความร่วมมือระหว่างสหพันธ์หอการค้าและอุตสาหกรรมพม่ากับ 3 สถาบันเอกชนของไทย ได้แก่ สภาหอการค้าแห่งประเทศไทย สภาอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทย และสมาคมธนาคารไทย ทั้งนี้การจัดตั้งสภาธุรกิจไทย-พม่าจะดำเนินการให้แล้วเสร็จภายในไตรมาสแรกของปีหน้าเช่นเดียวกันส่วนผลหารือกับรัฐมนตรีอีก 3 กระทรวง ได้แก่กระทรวงคมนาคม กระทรวงการขนส่งทางรถไฟ กระทรวงก่อสร้าง ทั้งสองฝ่ายเห็นพ้องการสร้างเกตเวย์ใหม่ ได้แก่ โครงการความร่วมมือไทย-พม่าสร้างท่าเรือน้ำลึกทะวาย สร้างถนนไฮเวย์ และทางรถไฟ กาญจนบุรี-ทะวาย ทั้ง 3 กระทรวงยืนยันจะเดินหน้าให้แล้วเสร็จโดยเร็ว ซึ่งความร่วมมือดังกล่าวนับเป็นเมกะโปรเจ็กต์แห่งศตวรรษ"เชื่อว่าความร่วมมือและความสัมพันธ์ทางการค้าของทั้งสองประเทศจะเป็นประโยชน์ต่อกันเป็นอย่างมาก โดยเฉพาะปี 2558 ประชาคมเศรษฐกิจอาเซียนหรือเออีซีมีผลบังคับใช้ทุกประเทศในอาเซียนลดภาษีการค้าระหว่างกันลงเป็น 0% จะทำให้การค้าการลงทุนมีความสะดวกราบรื่นขึ้น"นายอลงกรณ์ กล่าวด้วยว่า การประชุมเจทีซี ที่จะมีขึ้นไตรมาสแรกของปีหน้าจะเสนอให้พม่ายกเลิกมาตรการห้ามนำเข้าสินค้าทางชายแดน (Border Trade) 15 รายการ ได้แก่ ผงชูรส น้ำหวานและเครื่องดื่ม ขนมปังกรอบทุกชนิด หมากฝรั่ง ขนมเค้ก ขนมเวเฟอร์ ช็อกโกแลต อาหารกระป๋อง (เนื้อสัตว์และผลไม้) เส้นหมี่และบะหมี่กึ่งสำเร็จรูป เหล้า เบียร์ บุหรี่ ผลไม้สดทุกชนิด ผลิตภัณฑ์พลาสติกที่ใช้ในครัวเรือนและของใช้ส่วนตัวทุกชนิด และสินค้าอื่นๆ ที่ถูกควบคุมการนำเข้าโดยกฎหมายปัจจุบันนอกจากนี้จะเสนอให้พม่ายกเลิกมาตรการห้ามนำเข้าสินค้าทางเรือ (Normal Trade/Oversea Trade) 14 รายการ เหมือนมาตรการห้ามนำเข้าสินค้าทางชายแดน ยกเว้นผลิตภัณฑ์พลาสติกที่ใช้ในครัวเรือนและของใช้ส่วนตัวทุกชนิด ยกเลิกการห้ามส่งออกสินค้าสำคัญ 32 รายการ ภายใต้ระบบการค้าชายแดน และ 31 รายการ ภายใต้ระบบการค้าปกติ ได้แก่ ข้าว ปลายข้าว รำ น้ำตาลทรายขาว น้ำตาลทรายแดง น้ำตาลดิบ ถั่วลิสงและน้ำมันถั่วลิสง งาและน้ำมันงา เมล็ดNigerและน้ำมัน เมล็ดมัสตาร์ดและน้ำมัน เมล็ดทานตะวันและน้ำมัน กากพืชน้ำมันทุกชนิด ฝ้ายและผลิตภัณฑ์จากฝ้าย น้ำมันปิโตรเลียม อัญมณี ทองคำ หยก ไข่มุก เพชร ดีบุก ตะกั่ว วุลแฟรม ส่วนผสมดีบุกและซีไลต์ เงิน ทองแดง สังกะสี ถ่านหิน โลหะ อื่นๆ งาช้าง ช้าง ม้า วัว ควายและสัตว์สงวน หนังสัตว์ เปลือกกุ้งป่น อาวุธและเครื่อง กระสุน วัตถุโบราณ ยางพารา สำหรับสินค้าที่ห้ามส่งออกภายใต้ระบบการค้าชายแดนเพิ่มไม้สักอีกหนึ่งรายการ การนำเข้าสินค้าดังกล่าวต้องขนส่งทางเรือจากท่าเรือที่ย่างกุ้ง ซึ่งต้องขนส่งระยะทางไกลและมีต้นทุนค่าขนส่งเพิ่มขึ้น




http://www.thanonline.com/index.php?option=com_content&view=article&id=15936:2009-12-11-10-19-21&catid=87:2009-02-08-11-23-26&Itemid=423


คำถาม

1. JTC คืออะไร
2. การเห็นพ้องให้มีการจัดตั้งสภาธุรกิจไทย-พม่า ซึ่งเป็นความร่วมมือระหว่างสหพันธ์หอการค้าและอุตสาหกรรมพม่า กับ 3 สถาบันเอกชนของไทย ได้แก่สถาบันใดบ้าง
3. การสร้างเกตเวย์ใหม่ได้แก่ โครงการใดบ้าง

6 ความคิดเห็น:

  1. คำตอบคือ
    ข้อ1. คือการประชุมคณะกรรมาธิการร่วมทางการค้า
    ข้อ2. สภาหอการค้าแห่งประเทศไทย สภาอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทย และสมาคมธนาคารไทย
    ข้อ3. โครงการความร่วมมือไทย-พม่าสร้างท่าเรือน้ำลึกทะวาย สร้างถนนไฮเวย์ และทางรถไฟ กาญจนบุรี-ทะวาย

    น.ส.วสุรัตน์ สองทิศ เลขทะเบียน 4902100118

    ตอบลบ
  2. คำตอบคือ
    ข้อ 1. คือ การประชุมคณะกรรมาธิการร่วมทางการค้า (JTC)ไทย-พม่า
    ข้อ 2. คือ สภาหอการค้าแห่งประเทศไทย สภาอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทย และสมาคมธนาคารไทย
    ข้อ 3. คือ โครงการความร่วมมือไทย-พม่าสร้างท่าเรือน้ำลึกทะวาย สร้างถนนไฮเวย์ และทางรถไฟ กาญจนบุรี-ทะวาย
    น.ส. รติมา จุลลวาทีเลิศ เลขทะเบียน 4902100072

    ตอบลบ
  3. คำตอบ โดยนางสาวพริยาภรณ์ บุตรพรม เลขทะเบียน 4902100180
    1.การประชุมคณะกรรมาธิการร่วมทางการค้า
    2.ได้แก่ สภาหอการค้าแห่งประเทศไทย สภาอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทย และสมาคมธนาคารไทย
    3.ได้แก่ โครงการความร่วมมือไทย-พม่าสร้างท่าเรือน้ำลึกทะวาย สร้างถนนไฮเวย์ และทางรถไฟ กาญจนบุรี-ทะวาย

    ตอบลบ
  4. 1.ประชุมคณะกรรมาธิการร่วมทางการค้า ไทย พม่า
    2.สภาหอการค้าแห่งประเทศไทย สภาอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทย และสมาคมธนาคารไทย
    3.โครงการความร่วมมือไทย-พม่าสร้างท่าเรือน้ำลึกทะวาย สร้างถนนไฮเวย์ และทางรถไฟ กาญจนบุรี-ทะวาย

    4902100146 นางสาวสุดาวัลย์ จันทรักษ์

    ตอบลบ
  5. คำตอบคือ
    1.การประชุมคณะกรรมาธิการร่วมทางการค้า (JTC)ไทย-พม่า
    2.สภาหอการค้าแห่งประเทศไทย สภาอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทย และสมาคมธนาคารไทย
    3.ได้แก่ โครงการความร่วมมือไทย-พม่าสร้างท่าเรือน้ำลึกทะวาย สร้างถนนไฮเวย์ และทางรถไฟ กาญจนบุรี-ทะวาย

    นางสาวสุกัญญา ธรรมประเสริฐ 4902100168

    ตอบลบ
  6. คำตอบคือ
    1.การประชุมคณะกรรมาธิการร่วมทางการค้า (JTC)ไทย-พม่า
    2.สภาหอการค้าแห่งประเทศไทย สภาอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทย และสมาคมธนาคารไทย
    3.ได้แก่ โครงการความร่วมมือไทย-พม่าสร้างท่าเรือน้ำลึกทะวาย สร้างถนนไฮเวย์ และทางรถไฟ กาญจนบุรี-ทะวาย

    นาวสาววินัษริน สีทร 4902100140

    ตอบลบ