วันพุธที่ 3 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2553

ส่งออกไทยโตได้จริง ความเชื่อมั่น ธ.ค.พุ่งสูงสุดรอบ4ปี

จัดทำบทความโดย

4902100016น.ส.รัชนีกร สุภโรจนี

ดัชนีเชื่อมั่นภาคอุตสาหกรรมธ.ค.52แตะ 113.6 สูงสุดรอบเกือบ 4 ปีสอดรับส่งออกธ.ค.โต 26% แนวโน้มคำสั่งซื้อต่างประเทศยังโตต่อเนื่องมั่นใจทั้งปีโต 14-15% ส่งผลภาคการผลิตเริ่มขาดแรงงานแล้ว 4-5 แสนคนจ่อเสนอรัฐจดทะเบียนรับแรงงานต่างด้าวเพิ่ม ผวาปิดสุวรณภูมิฉุดเชื่อมั่นดิ่ง นายสันติ วิลาสศักดานนท์ ประธานสภาอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทย (ส.อ.ท.) เปิดเผยผลการสำรวจความเชื่อมั่นของภาคอุตสาหกรรมไทยเดือนธ.ค.52 ที่ได้จากการสำรวจกลุ่มตัวอย่างจำนวน 1,132 ตัวอย่าง ครอบคลุม 39 กลุ่มอุตสาหกรรมของส.อ.ท.ว่า ดัชนีความเชื่อมั่นฯอยู่ที่113.6 ซึ่งสูงสุดในรอบ44 เดือนหรือเกือบ 4 ปี และปรับตัวสูงขึ้นจากเดือนพ.ย.52 ที่ 104.7 ซึ่งค่าดัชนีปรับตัวเกิน 100 เป็นเดือนที่ 3 ติดต่อกัน นับตั้งแต่เดือนต.ค.52 “ดัชนีฯที่สูงสะท้อนกับภาพการส่งออกเดือนธ.ค.52ที่มีการขยายตัว 26% สูงสุดรอบปี ขณะที่คำสั่งซื้อจากต่างประเทศยังมีเพิ่มเข้ามาอย่างต่อเนื่องดังนั้นปี 53 คาดว่าการส่งออกจะมีโอกาสขยายตัวได้ในระดับ 14-15% “ นายสันติกล่าว สำหรับปัจจัยที่เอกชนมีความกังวลที่เป็นปัจจัยภายนอก คืออัตราแลกเปลี่ยนที่หลายประเทศเริ่มมีความไม่แน่นอนว่าจะมีนโยบายดลค่าเงินบาทหรือไม่หลังจากเริ่มมีการลดแล้วในบางประเทศ ขณะที่ค่าเงินบาทไทยยังมีแนวโน้มแข็งค่าต่อเนื่อง ราคาน้ำมันที่เริ่มขยับสูงทีอาจส่งผลต่อต้นทุนการผลิตที่เพิ่มได้ ส่วนปัจจัยในประเทศสิ่งที่กังวลมากคือกรณีกลุ่มคนเสื้อแดงจะชุมนุมบริเวณหน้าสนามบินสุวรรณภูมิสัปดาห์หน้าที่จะกระทบกับธุรกิจท่องเที่ยวและความเชื่อมั่นที่รุนแรงจึงหวังว่าการชุมนุมจะไม่นำไปสู่ความรุนแรงจนถึงขั้นปิดสนามบินเช่นที่ผ่านมา ขณะเดียวกันกรณีการแก้ไขปัญหามาบตาพุก็ต้องการให้ชัดเจนโดยเร็วที่สุด นายทวีกิจ จตุรเจริญคุณ รองประธานสายแรงงานส.อ.ท.กล่าวว่า จากคำสั่งซื้อที่กลับเข้ามาส่งผลให้ขณะนี้ภาคอุตสาหกรรมที่เป็นสมาชิกส.อ.ท.เกือบทั้งหมดระบุว่าเริ่มประสบปัญหาภาวะการขาดแคลนแรงงานในระดับอาชีวะ และช่างฝีมือ รวมแล้วประมาณ 4-5 แสนคนโดยเฉพาะแรงงานในกลุ่มอุตสาหกรรมสิ่งทอจะขาดมากสุดราว 1-2แสนคนรองลงมาเป็นประเภทอุตสาหกรรมไฟฟ้าและอิเล็กทรอนิกส์เกือบ 5 หมื่นคน ซึ่งหากภาคการส่งออกมีการขยายตัวต่อเนื่องปัญหาการขาดแคลนแรงงานจะหนักขึ้น ทั้งนี้หากปัญหาแรงงานมีเพิ่มขึ้นอาจจะต้องมีการเสนอรัฐบาลในการเพิ่มการจดทะเบียนแรงงานต่างด้าวอีกจากปัจจุบันที่เปิดให้อยู่ระดับ 1 ล้านคนขณะที่ความต้องการแรงงานต่างด้าวขณะนี้จะมีสูงถึงเกือบ 2 ล้านคนและยังไม่รวมกับแรงงานต่างด้าวที่เป็นลักษณะใต้ดินคือไม่ถูกต้องตามกฏหมายที่ขณะนี้มีอยู่ในระบบอีกจำนวนหนึ่ง “ ระบบการศึกษาไทยเราเสนอมาช้านานแต่ก็ไร้การแก้ไขว่าควรจะเน้นระดับอาชีวะ กรณีการเรียนฟรียิ่งทำให้แรงงานขาดใหญ่เพราะเด็กจะไปเรียนแต่กลับไปเรียนระดับปริญญาตรีที่เพิ่มขึ้น ส่วนโครงการต่างๆที่รัฐช่วยเหลือแรงงานตกงานที่ผ่านมาก็มีส่วนทำให้แรงงานไม่กลับเข้าสู่ระบบประกอบกับภาคเกษตรราคาดีแรงงานที่กลับไปต่างจังหวัดส่วนหนึ่งก็ไม่กลับเข้ามาในภาคอุตสาหกรรม”นายทวีกิจกล่าว นายสุรพงษ์ ไพสิฐพัฒนพงษ์ โฆษกกลุ่มอุตสาหกรรมยานยนต์ส.อ.ท.กล่าวว่า ยอดประมาณการการผลิตรถยนต์ในเดือนมกราคม - มีนาคม 2553 มีจำนวน 385,693 คัน เปรียบเทียบกับยอดผลิตจริงเดือนตุลาคม - ธันวาคม 2552 ซึ่งมีจำนวน 347,750 คัน เพิ่มขึ้น 37,943 คัน หรือ 10.91 %
แหล่งที่มาhttp://www.manager.co.th/Business/ViewNews.aspx?NewsID=9530000008697

คำถาม
1. อะไรคือสาเหตุที่ทำให้คาดว่ามีการขยายตัวของการส่งออกมากขึ้น จงอธิบาย
2. สาเหตุที่ทำให้ภาคเอกชนยังมีความกังวลเกี่ยวกับการส่งออกมีปัจจัยใดบ้าง และปัจจัยนั้นได้แก่อะไร
3. หากภาคการส่งออกมีการเติบโตมากขึ้น จะทำให้เกิดผลกระทบในด้านใด จงอธิบาย

5 ความคิดเห็น:

  1. คำตอบคือ
    1.คาดว่าการส่งออกจะมีโอกาสขยายตัวได้ในระดับ 14-15%
    2.คืออัตราแลกเปลี่ยนที่หลายประเทศเริ่มมีความไม่แน่นอนว่าจะมีนโยบายดลค่าเงินบาทหรือไม่หลังจากเริ่มมีการลดแล้วในบางประเทศ ขณะที่ค่าเงินบาทไทยยังมีแนวโน้มแข็งค่าต่อเนื่อง
    3.เริ่มประสบปัญหาภาวะการขาดแคลนแรงงานในระดับอาชีวะ และช่างฝีมือ

    นางสาวสุกัญญา ธรรมประเสริฐ 4902100168

    ตอบลบ
  2. คำตอบคือ
    1.คาดว่าการส่งออกจะมีโอกาสขยายตัวได้ในระดับ 14-15%
    2.คืออัตราแลกเปลี่ยนที่หลายประเทศเริ่มมีความไม่แน่นอนว่าจะมีนโยบายดลค่าเงินบาทหรือไม่หลังจากเริ่มมีการลดแล้วในบางประเทศ ขณะที่ค่าเงินบาทไทยยังมีแนวโน้มแข็งค่าต่อเนื่อง
    3.เริ่มประสบปัญหาภาวะการขาดแคลนแรงงานในระดับอาชีวะ และช่างฝีมือ

    นางสาววินัษริน สีทร 4902100140

    ตอบลบ
  3. คำตอบ
    1.คาดว่าการส่งออกจะมีโอกาสขยายตัวได้ในระดับ 14-15%
    2.คืออัตราแลกเปลี่ยนที่หลายประเทศเริ่มมีความไม่แน่นอนว่าจะมีนโยบายดลค่าเงินบาทหรือไม่หลังจากเริ่มมีการลดแล้วในบางประเทศ ขณะที่ค่าเงินบาทไทยยังมีแนวโน้มแข็งค่าต่อเนื่อง
    3.เริ่มประสบปัญหาภาวะการขาดแคลนแรงงานในระดับอาชีวะ และช่างฝีมือ

    นางสาวนิลรัตน์ โสภา เลขทะเบียน 4902100115

    ตอบลบ
  4. 1.คาดว่าการส่งออกจะมีโอกาสขยายตัวได้ในระดับ 14-15%
    2.คืออัตราแลกเปลี่ยนที่หลายประเทศเริ่มมีความไม่แน่นอนว่าจะมีนโยบายดลค่าเงินบาทหรือไม่หลังจากเริ่มมีการลดแล้วในบางประเทศ ขณะที่ค่าเงินบาทไทยยังมีแนวโน้มแข็งค่าต่อเนื่อง
    3.เริ่มประสบปัญหาภาวะการขาดแคลนแรงงานในระดับอาชีวะ และช่างฝีมือ


    Blog : http://2552utccbx007g32.blogspot.com/ เข้ามาอ่านกันด้วยน่ะจ๊ะ

    ตอบลบ
  5. 1.คาดว่าการส่งออกจะมีโอกาสขยายตัวได้ในระดับ 14-15%
    2.คืออัตราแลกเปลี่ยนที่หลายประเทศเริ่มมีความไม่แน่นอนว่าจะมีนโยบายดลค่าเงินบาทหรือไม่หลังจากเริ่มมีการลดแล้วในบางประเทศ ขณะที่ค่าเงินบาทไทยยังมีแนวโน้มแข็งค่าต่อเนื่อง
    3.เริ่มประสบปัญหาภาวะการขาดแคลนแรงงานในระดับอาชีวะ และช่างฝีมือ

    ตอบลบ